Business Transformation ควรเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ?

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

Business Transformation ควรเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ?

ก่อนอื่นหลายๆคนอาจมีคำถามว่า  Business Transformation ที่ว่านี่มันคืออะไร เนื่องจากโลกธุรกิจในปัจจุบันมีความซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การแข่งขันที่สูงขึ้นทำให้การปรับตัวและเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น Business Transformation จึงเริ่มมีความสำคัญในการอยู่รอดของธุรกิจในยุคนี้ Business Transformation  หมายถึงการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ ซึ่งการการเปลี่ยนแปลงนั้นอาจเกิดขึ้นในลักษณะที่รวดเร็ว กระทันหัน เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน หรือ อาจเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เป็นกระบวนการที่มีวัตถุประสงค์ (purpose) การวางกลยุทธ์ (strategy) และ วิสัยทัศน์ (vision) ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การเปลี่ยนแปลงค่อยๆเกิดชึ้นและนำไปสู่ Business Transformation ในที่สุด

แล้วแบบนี้ Business Transformation ควรเกิดขึ้นเมื่อไหร่? ผู้บริหารในหลายๆธุรกิจมักรอจนกว่าพวกเขาจะเผชิญหน้ากับปัญหา พวกถึงจะยอมให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งในความเป็นจริงมันอาจจะสายเกินไป ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงหรือ transformation ที่ดีที่สุดควรจะเกิดขึ้นก่อนที่ปัญหาและวิกฤตจะเกิดขึ้น  ธุรกิจที่ฉลาดมักมองไปข้างหน้าเสมอ พวกเขาคิดเสมอว่าสิ่งที่จะทำต่อไปในอนาคตนั้นคืออะไร พวกเขาเตรียมพร้อมสำหรับทุกๆย่างก้าวที่จะก้าวต่อไปในอนาคตและรู้ตัวว่าก้าวต่อไปของพวกเขาจะทำอะไรและควรก้าวไปในทางไหน

อย่างไรก็ตามแต่ละธุรกิจมีวิธีก้าวเดินที่แตกต่างกัน เช่น บางที่อาจต้องการขยายฐานการผลิต แต่บางที่อาจต้องการเป็น brand ที่เป็นที่รักของลูกค้า ดังนั้นทุกๆก้าวและทุกๆการเปลี่ยนแปลงนั้นควรเป็นผลมาจากวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ หรือ business purpose ของธุรกิจนั้นๆ ซึ่งเป็นสื่งที่บ่งชี้ถึงเหตุผลในการตั้งอยู่ของและแนวทางการดำเนินการของแต่ละธุรกิจ ดังนั้นทุกๆก้าวที่เราเลือกเดินควรเป็นการตัดสินใจที่จะสะท้อนให้เห็นถึงวัตถุประสงค์ของธุรกิจของเรา

 

3 ปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของ business transformation

  1. leadership team : เหล่าผู้นำหรือผู้บริหารของแต่ละธุรกิจเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการ business transformation เพราะพวกเขาคือกลุ่มที่กำหนดกลยุทธ์ เป็นเป็นคนตัดสินใจ และเป็นคนรับผิดชอบการดำเนินการโดยรวมของธุรกิจ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้
  2. process : กระบวนการที่เลือกใช้ควรเป็นกระบวนการที่ครอบคลุม ประเภทของ transformation ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคือประเภทที่มี ‘ความน่าเชื่อถือ’ ซึ่งความน่าเชื่อถือนั้นควรมาจากเสียงส่วนมาก และควรมาจากความเห็นชอบของหลายๆฝ่ายไม่ใช่แค่คนๆเดียว ซึ่งกระบวนการนี้ควรมาจากความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของทุกคนในองค์กร การตัดสินใจโดยผู้นำคนเดียวนั้นอาจกลายเป็นความผิดพลาดได้เพราะเขาอาจไม่เข้าใจสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับหน้าที่และตำแหน่งอื่นๆในองค์กร
  3. being true : มีคำกล่าวที่ว่า “The transformation must be true to your brand and business” การเปลี่ยนแปลงควรมาจากความจำเป็น มีความเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจ และต้องเป็น “ผลที่แท้จริง” มาจากการดำเนินธุรกิจนั้นๆ ไม่มีจะอะไรแย่ไปกว่าการพยายามที่จะ transform หรือเปลี่ยนแปลงอะไรที่ไม่สอดคล้องกับ brand หรือไม่สอดคล้องกับจุดยืนทางธุรกิจของคุณ เพราะนอกจากจะไม่จำเป็นและทำให้เกิดความไม่ต่อเนื่องแล้ว ยังทำให้ลูกค้ามองเห็นถึงความไม่แน่นอนของธุรกิจของคุณได้

Business Transformation คือ การเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจทที่ประกอบไปด้วย วัตถุประสงค์ (purpose) การวางกลยุทธ์ (strategy) และ วิสัยทัศน์ (vision) การเปลี่ยนแปลงนี้ควรเกิดขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงของแต่ละธุรกิจนั้นควรเป็นผลมาจาก business purpose ของธุรกิจนั้นๆ การจะทำให้ business transformation ประสบผลสำเร็จนั้นเราควรมี leadership team ที่ดีเพื่อเป็นผู้นำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง มี process ที่ได้รับการยอมรับจากเสียงส่วนมากในองค์กร และ การเปลี่ยนแปลงควรสอดคล้องกับวิธีการดำเนินงานและจุดยืนทางธุรกิจของคุณ

ที่มา : www.emotivebrand.com/business-transformation-strategy

 

CONTACT INFORMATION

ESCAPLAN LIMITED
info@escaplan.com
+66 98 279 3790
+66 2 026 8910
The Park East, 76 & 78 Soi Sukhumvit 101/2 Bangna 10260 Bangkok, Thailand
Copyright © 2017 Escaplan Limited
Website By Kengweb.com

Select your workshop